IBAAMANG

8 ตัวละคร อสูรจันทราข้างขึ้น ใน ดาบพิฆาตอสูร 【Kimetsu no Yaiba】

6 ตัวละคร อสูรจันทราข้างขึ้น ใน ดาบพิฆาตอสูร 【Kimetsu no Yaiba】

Kimetsu no Yaiba ชื่ออังกฤษ Demon Slayer มังงะฉบับลิขสิทธิ์แปลไทยใช้ชื่อว่า “ดาบพิฆาตอสูร” ซึ่งในเวลานี้กำลังเป็นอนิเมะชื่อดังที่เป็นกระแสในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งคราวนี้เรามารู้จักประวัติและท่าต่อสู้ของบรรดาอสูรจันทร์ข้างขึ้น ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจขององค์กรนักล่าอสูรในเรื่องกัน

โคคุชิโบ อสูรจันทร์ข้างขึ้นอันดับที่ 1

ประวัติ โคคุชิโบ

สมัยเป็นมนุษย์มีชื่อว่า สึกิคุนิ มิชิคัตสึ เดิมเป็นนักล่าอสูรผู้ใช้ปราณตะวัน เขายังมีน้องชายฝาแฝดคือนักดาบอัจฉริยะ สึกิคุนิ โยริอิจิ ซึ่งเป็นผู้ใช้ปราณตะวันเช่นกันและน้องชายฝาแฝดของเขายังเป็นนักล่าอสูรที่ได้ชื่อว่าเก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วย

โคคุชิโบ เป็นอสูรที่มีอายุมากกว่า400 ปี ที่แข็งแกร่งที่สุดรองจากมุซันเท่าที่มีการเปิดเผยตัวออกมา มีดวงตา 6 ดวง และเชี่ยวชาญวิชาดาบขั้นสูง และยังเป็นผู้ใช้ปราณจันทรา เขามีพลังระดับที่กลุ่มเสาหลักนักล่าอสูรไม่อาจเทียบได้ เท่าที่เปิดเผยมาล่าสุด แม้แต่เสาหลักนักล่าอสูรที่มีฝีมือระดับท็อปถึง 3 คนเข้ารุมก็ยังเอาชนะไม่ได้

ลักษณะภายนอก โคคุชิโบ

ส่วนสูง 190 ซม.
น้ำหนัก 93 กก.
อายุ ประมาณ 480 ปี
ตัวเลข อสูรจันทร์ข้างขึ้นอันดับที่ 1
สีดวงตา เหลือง
สีผม ดำเรืองแดง

ปรานจันทรา

ปราณจันทรา (月の呼吸) เป็นรูปแบบของปราณที่แตกแขนงออกมาจากปราณตะวัน โดยผู้ใช้ปราณจันทรามีเพียงอสูรข้างขึ้นที่ 1 หรือโคคุชิโบเท่านั้น โดยรูปแบบการต่อสู้นี้เป็นหนึ่งในรูปแบบที่ทรงพลังและอันตรายมากที่สุดในเรื่อง Kimetsu no Yaiba

กระบวนท่าปราณจันทรา

ปราณจันทรากระบวนที่หนึ่ง จันทร์เเรมคืนเทพสถิต (闇月・宵宮/Yamizuki yoinoyami)
ปราณจันทรากระบวนที่สอง พิศจันทราเต็มดวงงามล้ำ (珠華ノ弄月/Shuka no rougestu)
ปราณจันทรากระบวนที่สาม จันทราแห่งความเกลียดชังแผ่ขยาย (厭忌月・銷/Enkizuki stugari)
ปราณจันทรากระบวนที่ห้า พิบัติเทพจันทรา (月魄災渦/Geppakusaika)
ปราณจันทรากระบวนที่หก จันทราเหงาเปล่าเปลี่ยวไร้ช่องว่าง (常夜孤月・無間/Tokoyokogestu muken)
ปราณจันทรากระบวนที่เจ็ด คันฉ่องแห่งภัยพิบัติรัศมีจันทรา (厄鏡・月映/Yakkyou stukibae)
ปราณจันทรากระบวนที่แปด วงแหวนมังกรจันทรา (月龍輪尾/Gesturyuurinbi)
ปราณจันทรากระบวนที่เก้า จันทร์แรมโอบล้อมไม่ขาดสาย (降り月・連面/Kudarizuki renmen)
ปราณจันทรากระบวนที่สิบ เชือดเฉือนดวงจันทร์สะท้อนเงาแมกไม้ (穿面斬・蘿月/Senmenzan ragestu)
ปราณจันทรากระบวนที่สิบสี่ หายนะจันทร์เสี้ยวเต็มท้องนภา (兇変・天満繊月/Kyouhen tenmansengestu)
ปราณจันทรากระบวนที่สิบหก จันทร์ทรงกลดเศษเสี้ยวจันทรา (月虹・片割月 Gekkou katawarezuki)

กระบวนท่าที่ 4,11,12,13 และ 15 ไม่ได้ปรากฎในมังงะ

โดมะ อสูรจันทร์ข้างขึ้นอันดับที่ 2

ประวัติ โดมะ

โดมะตั้งแต่สมัยเด็ก เป็นเด็กฉลาดและอ่อนโยนและที่ดวงตาของโดมะจะเป็นสีรุ้งเป็นดวงตาที่สวยมาก และครอบครัวโดมะยังคิดว่าลูกตนเองซึ่งก็คือโดมะเป็นเด็กที่ได้ยินเสียงของพระเจ้า เลยได้มีการตั้งศาสนาขึ้นมาใหม่ ซึ่งก็คือ ลัทธิสรวงสวรรค์นิรันดร์ และได้หลอกลวงผู้ที่มาขอความเชื่อเหลือ ตลอดมา หลังจากได้สร้างศาสนาขึ้น ก็มีสาวกที่เป็น ผู้หญิงเข้ามา และพ่อของโดมะจึงได้ไปมีลับลมคมในกับสาวกสตรีเหล่านั้น

จนแม่ของโดมะจับได้จึงได้สังหารสามีหรือพ่อของโดมะจนสิ้นชีพและแม่ได้กินยาพิษเพื่อฆ่าตัวตายตาม โดมะที่เห็นภาพเหล่านั้น ไม่ได้มีความเศร้าเสียใจและไม่ตกใจอะไรเลย แค่ตัวเองคิดว่า ห้องรกเปื้อนเลือดต้องทำความสะอาดเท่านั้น ต่อมาเมื่อโดมะอายุครบ 20 ปี ก็ได้เจอ

มุซันและถูกทำให้เป็นอสูร เมื่อเป็นอสูรมาเรื่อยๆก็ค้นพบว่าตนเองนั้นชื่นชอบการกินมนุษย์ผู้หญิงสาวเป็นพิเศษ เนื่องจาก มนุษย์ผู้หญิงสาวให้สารอาหารอย่างมาก โดยเฉพาะบริเวรท้องของผู้หญิง

อาคาสะ อสูรจันทร์ข้างขึ้นอันดับที่ 3

ประวัติ อาคาสะ

จันทร์ข้างขึ้นอันดับ 3 ควบตำแหน่งนักสู้มือเปล่าที่เก่งกาจที่สุดในหมู่อสูร นิสัยเลือดร้อน ชอบการต่อสู้ เกลียดและดูแคลนมนุษย์ที่อ่อนแอ แต่ก็ชอบที่จะต่อสู้กับคนเก่ง แม้ว่าอาคาสะจะเป็นอสูรระดับจันทร์ข้างขึ้นแต่ก็ยังพัฒนาขีดความสามารถในฐานะอสูรระหว่างการต่อสู้ได้อีก สร้างความยากลำบากให้กับเหล่านักล่าอสูรมาก เขาได้เผชิญหน้าทั้งกับ ทันจิโร่ รวมถึงเสาหลักอย่าง โทมิโอกะ กิยู และ เร็นโกคุ เคียวจูโร่ อาคาสะยังเป็นหนึ่งในศัตรูที่ฝีมือร้ายกาจที่สุดเท่าที่ทันจิโร่เคยเผชิญหน้ามา

ลักษณะภายนอก อาคาสะ

ส่วนสูง 173 ซม.
น้ำหนัก 74 กก.
อายุ ประมาณ 130-135 ปี
ตัวเลข อสูรจันทร์ข้างขึ้นอันดับที่ 3
สีดวงตา เหลือง
สีผม ชมพูอ่อน

ท่าสังหาร อสูรจันทราข้างขึ้นลำดับที่ 3 (อาคาสะจะผสมท่าต่อสู้กับมนต์อสูรและเรียกว่า ท่าสังหารแทน)

ท่าสังหาร เข็มทิศ (羅針/Rashin)
ท่าสังหาร ความยุ่งเหยิง (空式/Kuushiki)
ท่าสังหาร ทำลายล้าง (乱式/Ranshiki)
ท่าสังหาร ช่อซ้อนแก่นอสูร (滅式/Messiki)
ท่าสังหาร บาทามรณะมงกุฎประกายระยับ (脚式 冠先割/Khakushiki Kamurosakiwari)
ท่าสังหาร บาทามรณะหมู่แสงดาวตก (脚式 流閃群光/Khakushiki ryuusengunkou)
ท่าสังหาร บาทามรณะประกายดาวตกพันวง (脚式 飛遊星千輪/Khakushiki hiyuuseisenrin)
ท่าสังหาร บดขยี้ (砕式 万葉閃柳/Saishiki manyousenyanagi)
ท่าสังหาร บดขยี้หมื่นใบหลิวพลิ้วไหว (鬼芯八重芯/Kishinyaeshin)
รูปแบบสุดยอด แสงเงินครามกระจัดกระจาย (青銀乱残光/Aoginranzankou)

ฮังเทงงู อสูรจันทร์ข้างขึ้นอันดับที่ 4

ประวัติ ฮังเทงงู

จันทร์ข้างขึ้นอันดับ 4 เป็นหนึ่งในอสูรที่มีความเจ้าเล่ห์ มีทริคและวิชาของอสูรที่ใช้ล่อลวงในการต่อสู้สูงมาก มีร่างทั้งหมด 8 ร่าง รวมกับร่างแรก ทั้ง7ร่างของฮังเทงงูสร้างโดยนำอารมณ์ของมนุษย์ แยกออกมาจะมีรูปร่างและพลังความสามารถต่างกัน มีดังนี้ โกรธา (โกรธ), เพลิดเพลิน (ความสุข), ยินดี (เรื่องน่ายินดี), โศกา (เศร้าโศก), ร่างเกลียดชัง (เกลียด), ร่างแค้นเคือง (แค้น) และร่างหวาดกลัว
(กลัว) จึงทำให้เป็นหนึ่งในอสูรที่หาทางฆ่าได้ยากมากตนหนึ่ง เขากลายเป็นอสูรและกินมนุษย์โดยที่ไม่ได้รู้สึกว่าตนทำผิด เป็นอสูรที่มีหลากหลายอารมณ์ในตนเอง ได้เผชิญหน้ากับ คามาโดะ ทันจิโร่, ชินาสึกาวะ เก็นยะ และ คันโรจิ มิตสึริ เสาหลักความรัก

มนต์อสูรโลหิต อสูรจันทราข้างขึ้นลำดับที่ 4

ร่างโกรธา : โกรธ
ลักษณะท่าต่อสู้ สร้างสายฟ้า
ร่างเพลิดเพลิน : ความสุข
ลักษณะท่าต่อสู้ สร้างลมกันโยก
ร่างยินดี : ยินดี
ลักษณะท่าต่อสู้ สร้างคลื่นเสียง
ร่างโศกา : เศร้าโศก
ลักษณะท่าต่อสู้ สร้างน้ำ
มนต์อสูรโลหิต ห่าพิรุณโศก
ร่างเกลียดชัง : เกลียด (เกิดจากร้างโกรธาจับอีกสองร่างมารวมร่าง)
ลักษณะท่าต่อสู้ สร้างไม้ ควบคุมไม้เป็นมังกร
มนต์อสูรโลหิต มังกรไพรไร้สิ้นสุด
มนต์อสูรโลหิต คลื่นคำรามสายฟ้าพิฆาต
มนต์อสูรโลหิต คลื่นเสียงกดประสาท
ร่างแค้นเคือง : แค้น
ลักษณะท่าต่อสู้ พละกำลัง (ไม่แน่ชัด)
ร่างหวาดกลัว : กลัว
ลักษณะท่าต่อสู้ ความเร็ว (ตัวเล็ก)

นาคิเมะ อสูรจันทร์ข้างขึ้นอันดับที่ 4 (ใหม่)

ประวัติ นาคิเมะ

จันทร์ข้างขึ้นอันดับ 4 ซึ่งได้รับตำแหน่งแทนที่ฮังเทงงู นาคิเมะมีพลังในการสร้างมิติและดึงผู้คนให้เข้ามาสู่มิติของตนเองได้ ปริศนาอื่น ๆ ยังไม่เปิดเผยมากนัก

ลักษณะภายนอก นาคิเมะ

ส่วนสูง ไม่เปิดเผย
น้ำหนัก ไม่เปิดเผย
อายุ ไม่เปิดเผย
ตัวเลข อสูรจันทร์ข้างขึ้นอันดับที่ 4
สีดวงตา ม่วง
สีผม ดำ

มนต์อสูรโลหิต อสูรจันทราข้างขึ้นลำดับที่ 4 (ใหม่)

มนต์อสูรโลหิต แบ่งออกเป็น 3 ประเภท

  1. เคลื่อนย้ายสิ่งของ สิ่งมีชีวิต
  2. เคลื่อนที่ปราศาทไร้ขอบเขต ในมิติตัวเองได้ดังใจ
  3. ลูกตาสอดแนม

เกียกโกะ อสูรจันทร์ข้างขึ้นอันดับที่ 5

ประวัติ เกียกโกะ

เกียกโกะ ชื่อของเขามาจากอักษรคันจิ 2 ตัว อักษรตัวที่สองแปลว่าไห ซึ่งเหมาะกับเขาที่ใช้มนต์อสูรโลหิตเกี่ยวกับไหและ เกียกโกะมักจะโผล่ออกมาจากไหเสมอ เกียกโกะเป็นอสูรที่คลั่งไคลงานศิลปะเป็นอสูรที่ถูกยั่วยุง่ายเพราะ เมื่อมีคนมาติงานศิลปะของตัวเอง เขาจะโมโหขี้นสุดและพร้อมจะสังหารคนเหล่านั้น เกียกโกะ เป็นอสูรที่ทรงพลังและมีเทคนิคในการใช้พลังอสูรสูงมาก ได้เผชิญหน้ากับ โทคิโตะ มุอิจิโร่ เสาหลักหมอก

ดาคิ กิวทาโร่ อสูรจันทร์ข้างขึ้นอันดับที่ 6

ประวัติ ดาคิ กิวทาโร่

ในอดีต “ดาคิ” ชื่อ “อุเมะ” และเธอก็เป็นเพียงเด็กสาวธรรมดา ๆ ที่เกินมาในย่านหอโคมแดง แต่สถานะของเธอนั้นเรียกได้ว่าต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาก ๆ แม่ของเธอเป็นสาวขายบริการ แต่มีนิสัยที่ชอบใช้ความรุนแรงตบตี รวมถึงทรมานลูก ๆ เสมอ ดังนั้นหน้าที่ดูแลครอบครัว หรือดูแลน้องสาวอย่างดาคิจึงตกเป็นของ “กิวทาโร่” หลังแม่ของเขาเสียชีวิตจากโรคซิฟิลิส เขาทั้งคู่ก็ดูแลกันเองจนเติบใหญ่ “ดาคิ” เติบโตเป็นหญิงสาวที่งดงามมาก ๆ

แต่ “กิวทาโร่” กลับเติบโตมาด้วยใบหน้าที่มีความอัปลักษณ์ กิวทาโร่จึงไปทำอาชีพทวงหนี้ ส่วนดาคิเข้าไปทำงานในย่านหอโคมแดง ด้วยความหวังเล็ก ๆ ว่าเธอจะมีโอกาสได้เป็นสตรีรับแขกชั้นสูง หรือก็คือ โออิรันอันดับหนึ่ง เธอคาดหวังว่าใบหน้าสวย ๆ และรูปร่างที่งดงามนั้นจะสามารถนำพาความสุขมาให้พวกเขาสองพี่น้องได้ แต่ทว่าความจริงของชีวิตมันโหดร้ายกว่านั้น….

เพราะเธอดันพลั้งมือทำให้แขกของเธอที่เป็นซามูไรตาบอด พวกเขาจึงเอาคืนเธอด้วยการเผาเธอทั้งเป็น ความโหดร้ายไม่ได้จบแค่การเผาให้มอดไหม้ เพราะเขาปล่อยให้เธอหายใจรวยรินแล้วนำไปโยนทิ้งในหลุม กิวทาโร่ที่รักน้องมากนั้น เสียใจและโกรธมาก แม้เขาแก้แค้นให้น้องได้สำเร็จ แต่นั้นก็ไม่สามารถช่วยให้น้องสาวเขากลับมาเหมือนเดิม เพื่อหวังจะช่วยน้องเลยแบกน้องไปทั่วย่านโคมแดง…

แต่ก็ไม่มีใครที่สามารถช่วยพวกเขาได้ ในขณะที่กำลังจะหมดหวังที่จะช่วยน้องสาว “โดมะ” ที่กำลังออกหาเหยื่อหญิงสาวอยู่นั้นก็ได้พบพวกเขาและได้ให้ข้อเสนอการเป็นอสูรให้ พวกเขาจึงตอบรับและร่วมเป็นอสูรตั้งแต่ตอนนั้นมา และดาคินั้นถือเป็นอสูรที่งดงามที่สุด และพี่น้องอสูรที่มีลูกเล่นในการต่อสู้แบบอสูรอย่างแพรวพราว มีความเชื่อมโยงต่อกัน โดยทั้งสองจะอยู่ในร่างเดียวกัน และแยกออกมาจากกันได้ เผชิญหน้ากับพวกทันจิโร่ เซ็นนิตสึ อิโนสึเกะ และ เท็นเก็น เสาหลักเสียง ในศึกที่ย่านโคมแดง เป็นคู่พี่น้องอสูรที่มีเงื่อนไขการสังหารที่ค่อนข้างยากมาก

ลักษณะภายนอก ดาคิ กิวทาโร่

ดาคิ

ส่วนสูง ไม่เปิดเผย
น้ำหนัก ไม่เปิดเผย
อายุ ประมาณ 120 ปี
ตัวเลข อสูรจันทร์ข้างขึ้นอันดับที่ 6
สีดวงตา เขียว
สีผม ขาว

กิวทาโร่

ส่วนสูง ไม่เปิดเผย
น้ำหนัก ไม่เปิดเผย
อายุ ประมาณ 120 ปี
ตัวเลข อสูรจันทร์ข้างขึ้นอันดับที่ 6
สีดวงตา เหลือง
สีผม เขียว

มนต์อสูรโลหิต อสูรจันทราข้างขึ้นลำดับที่ 6

ดาคิ (อุเมะ) คนน้อง

มนต์อสูรโลหิต โอบิสังหาร 8 ทิศ (八重帯斬り/Yaeobigiri)

กิวทาโร่ คนพี่

มนต์อสูรโลหิต เคียวโลหิตสาดกระเซ็น (飛び血鎌/Tobichigama)
มนต์อสูรโลหิต ลูกบาศก์อสูรสังหาร (跋扈跳梁/Bakkochouryouu)
มนต์อสูรโลหิต เคียวโลหิตสาดกระเซ็นวงแหวนหมุนวน (円斬旋回・飛び血鎌/Enzansenkai tobichigama)

ไคงาคุ อสูรจันทร์ข้างขึ้นอันดับที่ 6 (ใหม่)

ประวัติ ไคงาคุ

อสูรจันทร์ข้างขึ้นตัวล่าสุดที่ได้ตำแหน่ง สมัยยังเป็นมนุษย์ เขามีความภาคภูมิใจและหยิ่งทระนงในตัวเอง เดิมเป็นนักดาบหนุ่มฝีมือดี เขาเป็นศิษย์พี่ของเซ็นนิตสึที่ได้รับการฝึกฝนจาก ปู่คุวาจิมะ และอาจถือได้ว่าเป็นผู้สืบทอดปราณอัสนีที่ใช้กระบวนท่าของปราณอัสนีได้เกือบทั้งหมด ยกเว้นกระบวนท่าแรกที่เซ็นนิตสึเป็นคนที่ใช้ได้จนบรรลุ ไคกาคุเคยเผชิญหน้ากับ โคคุชิโบ เขารู้ตัวว่าไม่สามารถสู้กับอีกฝ่ายได้แน่ จึงขอให้เปลี่ยนตนเป็นอสูร ไคกาคุยังมีความริษยาและไม่พอใจเซ็นนิตสึ แล้วยังดูถูกอีกฝ่ายมาก เพราะเห็นว่าปู่คุวาจิมะใส่ใจเซ็นนิตสึมากเป็นพิเศษ และคิดเอาเองว่าถูกลำเอียง

ลักษณะภายนอก ไคงาคุ

ส่วนสูง 167 ซม.
น้ำหนัก 64 กก.
อายุ ประมาณ 18 ปี
ตัวเลข อสูรจันทร์ข้างขึ้นอันดับที่ 6
สีดวงตา ฟ้า
สีผม ดำ

ปราณอัสนี อสูรจันทราข้างขึ้นลำดับที่ 6 (ใหม่)

ปราณอัสนี กระบวนที่หนึ่ง สายฟ้าฟาด (霹靂一閃:Hekireki issen)
ปราณอัสนี กระบวนที่สอง ฟ้าแลบในคิมหันต์ฤดู (稲魂:Inadama)
ปราณอัสนี กระบวนที่สาม ฝูงแมลงกระพือปีกดังกึกก้อง (聚蚊成雷:Shuubunseirai)
ปราณอัสนี กระบวนที่สี่ ฟ้าคำรณ (遠雷:Enrai)
ปราณอัสนี กระบวนที่ห้า ฟ้าผ่าความร้อน (熱界雷:Nesturaikai)
ปราณอัสนี กระบวนที่หก นภากัมปนาท (電轟雷轟:Dengouraigou)

ตัวละคร เสาหลัก

Exit mobile version